MY PROFILE
posted on 05 Dec 2010 01:04 by jib-app-lingモンチャノック・マークブンプらシット
ชั้นปี 3 เอกภาษาญี่ปุ่น คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิต ตอนชั้นป.4 ในชมรมภาษาญี่ปุ่นของโรงเรียน โดยเรียนกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่น ตัดสินใจลองเรียน เพราะอยากจะเล่นเกมแล้วอ่านรู้เรื่อง แต่เมื่อเริ่มเรียนจึงรู้ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และต้องใช้เวลานานมากถึงจะเข้าใจได้ถึงระดับนั้น จึงตัดใจเลิกเรียน หลังเรียนได้เพียง 1 เทอม เพราะเข้าชมรมอื่นแล้วเวลาไม่พอ ในตอนนั้นจำตัวหนังสือฮิรากะนะได้เพียงไม่กี่ตัว ส่วนตัวคาตาคานะทำได้แค่เขียนชื่อจริงตัวเอง จำคำศัพท์ได้นิดหน่อยจำพวกคำเรียกสี หรือสัตว์
หลังจากนั้น แม้จะเลิกเรียนภาษาญี่ปุ่นไปแล้ว แต่ยังฟังเพลงญี่ปุ่น และดูอนิเมภาษาญี่ปุ่นอยู่ ทำให้รู้สึกว่าเป็นภาษาที่อยู่ใกล้ตัว จนชั้นม.ต้น จึงเริ่มคิดจะฝึกอ่านให้ออก และพยายามท่องจำตัวฮิรากะนะด้วยตัวเอง
เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นจริงๆจังๆ ตอนชั้นมัธยมปลาย (ม.4) โดยเรียนสายภาษา-ญี่ปุ่น ในโรงเรียน และยังชอบฟังเพลง อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย ดูอนิเม รวมถึงละครญี่ปุ่นอยู่ ประกอบกับอยากเรียนสายภาษา จึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่นที่รู้สึกว่าใกล้ตัวและได้ใช้จริงมากที่สุด ความฝันในวัยเด็กที่จะเล่นเกม ดูการ์ตูนและอ่านการ์ตูนเริ่มมีความเป็นไปได้ขึ้นมา จึงตัดสินใจเข้าเรียนต่อสายภาษาญี่ปุ่นโดยตรงในมหาวิทยาลัย ปัจจุบันนับได้ว่า เรียนภาษาญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 5 ปีครึ่ง สอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นผ่านระดับ 2 เมื่อต้นปี พ.ศ. 2553
ปัจจุบันเรียนจุดประสงค์ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อความชอบส่วนตัว และการทำงานในอนาคต สนใจทำงานด้านการแปล โดยเฉพาะแปลหนังสือ เพราะชอบอ่านหนังสือ แต่ไม่ถนัดด้านการพูด
จุดอ่อนในการใช้ภาษาญี่ปุ่นคือการพูด พูดไม่เก่ง พูดไม่คล่อง มักนึกศัพท์ไม่ออก และพูดรวมถึงตอบรับไม่ถูกต้องตามมารยาทของคนญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งเพราะโดยพื้นฐานไม่ถนัดการพูด(ในที่สาธารณะ)อยู่แล้วทั้งภาษาไทยเองและภาษาอื่นๆ นอกจากนี้คือ คันจิและคำศัพท์ รวมถึงคำช่วย มักจะจำไม่ค่อยได้ หลายๆ ครั้งจะใช้ผิดความหมาย
จุดแข็งในการใช้ภาษาญี่ปุ่น คงจะเป็นด้านการอ่าน การฟัง คือถนัด “รับ” มากกว่า “ส่ง” เพราะดูหนังฟังเพลง ดูรายการโทรทัศน์ รวมถึงอ่านหนังสือ(มากจะเป็นการ์ตูน)เยอะ เวลาที่รับข้อมูล แม้จะมีคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจก็สามารถทำความเข้าใจได้ ส่วนการเขียน เป็นคนชอบเขียนอยู่แล้ว (เขียนหนังสือ เขียนบล็อก) ภาษาญี่ปุ่นเอง (เช่นในคาบวิชาการเรียน) ก็สามารถเขียนเรื่องราวต่างๆออกมาได้ สื่อความหมายเข้าใจได้ แต่มักจะผิดพลาดในส่วนของไวยากรณ์