task ที่ผ่านมาทำให้เข้าใจเรื่อง tense, aspect มากขึ้นในระดับนึง... แต่การ "เข้าใจ" กับ "ใช้เองได้" มันก็แตกต่างกันอยู่ แต่เอนทรี่นี้จะขอข้าม reflection ของ task ที่แล้วไปก่อน มาตรงส่วนเนื้อหาที่เป็น My Goal ของเทอมนี้ก่อนค่ะ
ตอนที่เสนอเนื้อหาบล็อกครั้งแรก อาจารย์และรุ่นพี่ให้คำแนะนำว่า เราน่าจะหา input ให้ได้เยอะๆ ก่อน แล้วเรื่องนำไปใช้ค่อยมาพัฒนาทีหลัง.... จริงๆแล้วก็ไม่ได้ "หา" input เพิ่มขึ้น แต่มี 意識 มากขึ้นเวลาอ่านหนังสือหรือฟังหรือทำอะไรก็ตามเกี่ยวกับเนื้อหาในส่วนของ 受身・使役 ค่ะ
逃げるのをやめさせ、怖いものとたたかう衝動を起こさせる
例の目的に向かう衝動を起こさせている
別の仲間から軽蔑されることの怖さが、同時に君の心に生まれる。
別の反対の行動へまっすぐ進ませる。
怖いものに挑戦させる衝動を起こさせるのだ。
その規則は罰の怖さによって教え込まれる。
社会全体が危険にさらされる。
のけ者にされるという怖さだった。
片付けられるべきもの
自分の行動が、他の人間に注意深く見守られている
僕たちを意味のない危険にさらし、無理をさせ、ばかげたことをしでかさせる。
侍が最も勇気があることを要求されていた
ぐっすり眠れない状態が慢性的に続く不眠症は、夜遅く飲食したり、深夜番組を見て興奮したりするなど不規則な生活から引き起こされることがあります。また、ストレスなどが引き金になる場合もあります。
三大死因の一つであるがんの原因としてさまざまな要因があげられています。
ทุกประโยคที่ยกมานี้ ตอนที่อ่าน ต้องอ่านมากกว่า 2 ครั้งในการทำความเข้าใจค่ะ แม้แต่คำเดียวกัน แต่พอคำนามข้างหน้ามีคำช่วยต่างกัน ก็ต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ
ส่วนคำที่จะแปลได้ทันทีโดยไม่สับสน อ่านรอบเดียวเข้าใจเลย มีเช่น
思われる - เพราะพบเจอบ่อย ใช้บ่อย
呼ばれる - เพราะพบเจอบ่อย ใช้บ่อย
殺される - ไม่ได้เจอบ่อยๆ แต่รู้สึกว่าเข้าใจได้ง่าย เพราะเป็นกริยาที่ความหมายตรงๆ...
ที่ำทำตัวหนาและเปลี่ยนสี "คำ่ช่วย" ไว้ด้วยนั้น ก็เพราะว่าถ้าหากสังเกตคำช่วยให้ดี จะช่วยอย่างมากในการทำความเข้าใจและเขียนรูปประโยคภาษาญี่ปุ่นได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะประโยค 受身 และ 使役 ที่ตัวช่วยจะ
ต่างออกไปจากรูปประโยคปกติ เพื่อแสดงหน้าที่ของคำนามในประโยคนั้นๆ
หลังจากอ่านทบทวนและทำความเข้าใจแกรมม่าในส่วนนี่ และได้นำมาเขียนบล็อก ก็สามารถทำความเข้าใจได้เร็วขึ้น มีประโยคที่มีปัญหาน้อยมาก ส่วนมากอ่านไม่เกิน 2 ครั้งจะเข้าใจ วิธีที่ใช้ทำความเข้าใจคือ
1. อ่านให้แน่ใจก่อนว่ามันเป็น 受身 使役 可能 หรือเป็นแค่รูปประโยคธรรมดาที่กริยาดูคล้ายรูปผัน
2. ถ้าเป็น 使役 ต้องรู้ทันทีว่า กริยาในประโยคนั้น ประธานไม่ใช่ผู้กระทำ
3. แล้วคิดต่อไปว่า ประโยคนั้นแปลว่า "ทำให้" หรือ "ให้ทำ" โดยดูจากบริบท
4. ถ้าเป็นรูป 受身 ให้สังเกตคำช่วย
จริงๆ หลักการในเรื่องนี้มีอยู่เยอะมาก.... แต่เวลาที่เรา input ข้อมูล เราไม่สามารถจะมานั่งนึกหลักการได้เพราะจะทำให้เสียเวลา สิ่งที่ดีที่สุดคือทำความคุ้นเคย แต่ถ้ายังไม่คุ้น หลัก 4 ข้อที่ฉันใช้อยู่ตอนนี้ก็มีประโยชน์ต่อตัวเองอยู่พอสมควร
เรื่องการอ่าน ถือว่าผลออกมาดีขึ้นพอสมควร แต่ก็ยังมีสับสนอยู่บ้าง
ปัญหาต่อมาคือ "การฟัง" เพราะเวลาฟังเนี่ย... เราไม่ีมีเวลาคิดมากเท่าอ่าน คนพูดเขาพูดไปเรื่อยๆ.... สิ่งที่ช่วยได้ก็เหมือนเดิม ความคุ้นเคย และบริบท
ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ดูอนิเมเรื่อง 君に届け แล้วได้ยินประโยคว่า
「みんな黒沼の頑張りに動かされた」
ถามว่าเข้าใจรึเปล่า... เข้าใจค่ะ เพราะตามบริบทมันแปลได้อยู่แล้ว
แต่ที่จดขึ้นมาเพราะลองคิดดูว่า ถ้ามีคนพูดประโยคนี้ขึ้นมาลอยๆ เราจะเข้าใจได้ทันทีรึเปล่า?
คำตอบคือ "ไม่มีทาง" จะต้องหยุดชะงักก่อนจะสามารถทำความเข้าใจมันได้แน่นอน
ก็จะสรุปว่า ตอนที่เรารับรู้เนี่ย บริบทมีส่วนช่วยอย่างมากในการทำความเข้าใจ
บางทีเรายังไม่ทันได้คิดหรอกว่าประโยคนั้นมันเป็นประโยคแบบไหน แต่เข้าใจได้เพราะตัวบริบท
ซึ่งแน่นอนว่าต่างจากตอนที่เรานำไปใช้ เพราะเราต้อง "สร้าง" ขึ้นมาเอง ไม่มีบริบทอะไรช่วยแล้ว
เพิ่มเติมอีกนิดในส่วนที่เรียนว่าสำหรับการเรียนภาษา อะไรกันแน่ที่สำคัญ input หรือ interaction
ส่วนตัวคิดว่า สำคัญทั้งคู่... ถ้า input แล้วไ่ม่ใช้งาน เราจะสามารถทำความเข้าใจได้ แต่เวลาใช้เองอาจจะใช้ได้ไม่ถูกต้อง แต่ interaction ล้วนๆ โดยไมไ่ด้รับข้อมูลอะไรใหม่ๆ มา เราก็จะไม่ค่อยพัฒนาเพราะใช้แต่สิ่งที่รู้อยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่มเติมเท่าไหร่นัก และนอกจากนี้ตัว "ความรู้" หรือ "หลักการ" ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน
เช่นในส่วนของ My Goal ครั้งนี้ ฉันเริ่มต้นจาก input ข้อมูลเข้ามาเยอะๆ ---> หาความรู้ ทำความเข้าใจ ----> รับข้อมูลเพิ่ม ผลคือ สามารถทำความเข้าใจข้อมูลที่รับเพิ่มทีหลังได้มากกว่าข้อมูลตอนแรก ในกรณีนี้ ถ้า input เยอะๆ อย่างเดียว แน่นอนว่าจะคุ้นเคยมากกว่า แต่จะใช้เวลาเรียนนานกว่าการเรียนรู้จากหลักภาษา
สำหรับ output ที่ฉันเขียน(หรือพูด) ก็ตัดไปไว้เอนทรี่ต่อๆ ไป สำหรับเอนทรี่นี้เป็นเฉพาะส่วนของ input ก่อนนะคะ